Search
Close this search box.

ส่องประวัติ Bill Gates เจ้าพ่อ Microsoft

Bill Gates  หากกล่าวถึงมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จอยู่แถวหน้าของโลกตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครจะไม่นึกถึงชื่อของ Bill Gates เจ้าพ่อ Microsoft ไปได้ สถิติของเขาก็คือการอยู่ในอันดับ 1 การเป็นมหาเศรษฐีโลกมากครั้งและยาวนานที่สุดของนิตยสาร Forbes โดยขึ้นอันดับ 1 ครั้งแรกในปี 1995 กับทรัพย์สิน 12,900 ล้านดอลลาร์ในปีที่หุ้นของ Microsoft ทยานขึ้นอย่างมหาศาล ก่อนที่ปี 1999 เขาจะมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่าเดิมไปอีกเกือบ 10 เท่าที่ 128,000 ล้านดอลลาร์ มหาเศรษฐีในโลก

Bill Gates รั้งตำแหน่งคนรวยที่สุดในโลกต่อเนื่องกัน 13 ปี และหากรวมถึงปี 2014-2017 ที่เขากลับมาทวงตำแหน่งได้อีกครั้ง รวมแล้วเขาครองสถิติรวยที่สุดในโลกทั้งหมดมากถึง 18 ปี ได้ฟังแบบนี้แล้วเชื่อว่า ทุกคนคงอยากทำความรู้จักเรื่องราวชีวิตของมหาเศรษฐีวัย 66 ปีที่เรียกว่า “รวยที่สุด-นานที่สุด” รุ่งเรืองมากับยุคเปลี่ยนผ่านของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์คนนี้ และพี่ทุยก็คิดว่าเกือบทุกคนบนโลกน่าจะต้องเคยใช้ผลิตภัณฑ์ของเขาอย่าง Microsoft และ Windows มาแล้ว วันนี้พี่ทุยจะพาไปลงลึกแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตผู้ชายชื่อ Bill Gates กัน บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

Bill Gates แฮ็กระบบคอมฯ โรงเรียนได้ตั้งแต่อายุ 17

Bill Gates William Henry Gates III หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า Bill Gates เกิดเมื่อ 28 ต.ค. ปี 1955 ที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตันของสหรัฐ เป็นลูกชายของ William Henry Gates Sr. และ Mary Maxwell Gates พ่อของเขาทำงานเป็นทนายความ ส่วนแม่เคยเป็นครูและต่อมาได้กลายเป็นผู้บริหารในบริษัทการเงินและองค์กรการกุศล

บิล เกตส์ ในวัย 13 เรียนที่โรงเรียนเลคไซด์ ซึ่งในตอนที่เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทางโรงเรียนได้นำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้สอนในห้องเรียน Bill บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก สนใจเครื่องคอมพิวเตอร์มาก ถึงขนาดยอมโดดเรียนไปแอบเล่นคอมพิวเตอร์กับเพื่อนซี้ Paul Allen ซึ่งต่อมาก็คือผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Microsoft ปกติทางโรงเรียนจะกำหนดให้นักเรียนเล่นคอมพิวเตอร์แค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ทั้งสองก็แอบแฮ็กเข้าไปเปลี่ยนระบบเวลาให้พวกเขาได้เล่นแบบไม่จำกัดจนระบบล่มหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงแก้ตารางเรียนของนักเรียนหญิงหน้าตาดีให้มาเข้าเรียนตรงกันกับพวกเขาด้วย

ที่สุดแล้วพวกเขาถึงกับโดนสั่งห้ามไม่ให้เล่นคอมพิวเตอร์อีก แต่คำสั่งห้ามนี้ก็ไม่อาจหยุด Bill และ Paul ได้ พวกเขาติดต่อไปยังบริษัทเจ้าของคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนเช่ามา เพื่อบอกข้อบกพร่องต่าง ๆ ของระบบจนทำให้พวกเขาสามารถแฮ็กได้เพื่อขอแลกเปลี่ยนกับการที่พวกเขาจะกลับเข้ามาใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อีกครั้ง

ในปี 1973 ก่อนที่ Bill จะเรียนจบจากเลคไซด์ในวัย 17 เขายังเขียนโปรแกรมขายให้กับโรงเรียนของตัวเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นซอฟต์แวร์ชิ้นแรกที่เขาสามารถหารายได้เข้ากระเป๋าได้สำเร็จ Bill สอบจบขั้นมัธยมปลายได้คะแนน 1590 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1600 ทำให้เขามีสิทธิสอบเข้ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ก้าวแรกของบริษัทซอฟต์แวร์

ในปี 1974 Bill และ Paul เคยร่วมกันตั้งบริษัท Traf-O-Data ซึ่งป็นแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลบนถนนและวิเคราะห์ข้อมูลให้กับวิศวกรการจราจร แต่สุดท้ายไม่ประสบความสำเร็จ ขาดทุนไปราว 3,494 ดอลลาร์ต่อมาในปี 1975 Bill ได้อ่านเจอเรื่องราวของ “ไมโครคอมพิวเตอร์” รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Altair BASIC 8800 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ในบทความของนิตยสาร Popular Electronics Altair BASIC คือภาษาโปรแกรมระดับสูงภาษาแรกที่ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ ผลิตโดย Micro Instrumentation and Telemetry Systems หรือ MITS Bill มองเห็นโอกาสทางธุรกิจว่า คอมพิวเตอร์กำลังจะได้รับความนิยมในวงกว้างเพราะจะมีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อน ๆ ที่มีขนาดใหญ่และใช้ยาก และสิ่งที่คอมพิวเตอร์ขาดไม่ได้ก็คือ ซอฟต์แวร์หรือระบบปฏิบัติการที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้ Bill จึงตัดสินใจติดต่อบริษัท MITS ว่าเขามีโปรแกรม Altair BASIC ที่สามารถใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของ MITS ได้เป็นอย่างดี ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นเอง Bill ก็ยังไม่ได้เขียนโปรแกรมที่ว่าขึ้นมาจริง ๆ ด้วยซ้ำ

Bill ในวัย 21 ต้องตัดใจลาออกจากการเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อร่วมก่อตั้งบริษัทกับ Paul ในชื่อว่า Microsoft Corporation เมื่อ 26 พ.ย. ปี 1976 ออฟฟิศตั้งอยู่ที่เมืองแอลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างโปรแกรม Microsoft’s Altair ได้รับความนิยมจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก แต่ บิล เกตส์ ก็พบว่า คนส่วนใหญ่ที่ใช้โปรแกรม BASIC ของพวกเขามากจากการก๊อปปี้แจกจ่ายกันต่อ ๆ แบบฟรี ๆ โดยไม่ได้มีการจ่ายเงินให้ Microsoft มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์

ข้อตกลงขายสิทธิระบบปฏิบัติการให้ IBM

พวกเขาย้ายไปตั้งออฟฟิศใหม่ที่เมืองเบลวิว รัฐวอชิงตัน เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 1979 จนกระทั่ง ก.ค. 1980 บริษัท IBM ได้เบนเข็มที่จะบุกตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) จึงได้ส่งคำเชิญมายัง Microsoft ให้เขียนระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของพวกเขา มหาเศรษฐีในโลก

Bill Gates และ Paul Allen ได้เขียนระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า “Quick and Dirty Operating System (86-DOS)” (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นระบบปฏิบัติการ MS-DOS) บริษัท IBM เสนอค่าเขียนระบบนี้แบบซื้อขาดเป็นจำนวน 50,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินราว ๆ 1 ล้านบาท

ต่ บิล เกตส์ ขอเปลี่ยนข้อตกลงจากการขายขาดเป็นการค่าสิทธิ (Royalty Fee) ของระบบปฏิบัติการแทน ทำให้ทุกครั้งที่คอมพิวเตอร์ของ IBM ถูกขายออกไปพร้อมกับระบบปฏิบัติการของ Microsoft บิล เกตส์ จะได้ส่วนแบ่งจากคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง และเมื่อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของ IBM ออกขายก็ได้รับความนิยมแบบถล่มทลาย และแน่นอนว่าทำให้ Bill Gates ได้รับส่วนแบ่งรายได้ในครั้งนี้ไปแบบมหาศาลเช่นกัน (มากกว่า 50,000 ดอลลาร์หลายเท่า) บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ความล้มเหลว (อยู่บ้าง) ของ Microsoft

แม้ว่าหลายคนจะจดจำความสำเร็จของ Microsoft ได้จากการทำสัญญาครั้งสำคัญกับบริษัท IBM ที่นำไปสู่การพัฒนาระบบปฏิบัติการ MS-DOS และการเปิดตัว Microsoft Windows 95 แต่ก็มีอยู่บ้างที่ Microsoft ไม่ประสบความสำเร็จในตลาดอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ Windows Vista และการเจาะตลาด Smartphone ของ Microsoft

มีคนตั้งข้อสังเกตว่า Bill ไม่ชอบเสี่ยงกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่ปี 1993 และครั้งหนึ่งที่เขาได้ให้สัมภาษณ์ในปี 1998 ว่า เมื่ออินเตอร์เน็ตเกิดขึ้นบนโลก Microsoft ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควรถึงขนาดจัดลำดับความสำคัญเพื่อเลือกมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตไว้ที่ลำดับที่ 5 หรือ 6 เลยด้วยซ้ำ นี่จึงเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งหนึ่งของ บิล เกตส์ ในยุค 90s

Microsoft VS. Apple

หากย้อนกลับไปในยุค 90s Bill Gates ได้รับฉายาว่านายทุนปีศาจ จากที่หลายคนมองว่าเขาลอกการออกแบบคอมพิวเตอร์ Macintosh ของ Apple เพื่อนำไปใช้ในระบบปฏิบัติการของ Windows ในทีแรกพวกเขายังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกัน Microsoft ได้สร้างซอฟต์แวร์ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ Apple

จนกระทั่งปี 1985 Microsoft เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแรกที่ใช้ GUI ซึ่งเป็นการประสานกับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านภาพหรือสัญลักษณ์ (ต่างจาก MS-DOS ที่ใช้ผ่านตัวอักษร) และก่อนหน้านี้มีแค่คอมพิวเตอร์ของ Apple ที่ใช้ GUI ในปี 1987 Apple จึงฟ้องร้อง Microsoft ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตร มหาเศรษฐีในโลก

บทความแนะนำ